แบบนี้ก็ได้เหรอ! ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับ “การกรวดน้ำ”


เมื่อพระสงฆ์สวดบท “ยถา…” เป็นความคุ้นเคยของพระพุทธศาสนิกชนผู้ร่วมพิธีประกอบการบุญ การกุศลในทางพระพุทธศาสนา เราจะสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าขั้นตอนนี้เราควร “กรวดน้ำ” ตามความเชื่อโบราณที่เกิดมาเราก็เห็นพิธีทางศาสนากันมาตั้งแต่ยังเด็ก ผู้ใหญ่หลายท่านมักพูดว่า “ทำบุญ แล้วต้องกรวดน้ำด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้บุญ” หรือหากเป็นการทำบุญให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ก็จะไม่ได้รับส่วนบุญที่เราทำให้ หากไม่มีการกรวดน้ำ

แล้วทำไมต้อง “กรวดน้ำ” ?
การที่เราตั้งใจอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับญาติ คนรู้จักที่ล่วงลับไปแล้ว หรือเทวดาประจำกาย ตลอดจนเหล่าเจ้ากรรมนายเวร และวิญญาณที่ไม่มีญาติ เราสามารถกรวดน้ำได้ในทันทีที่เราทำบุญเสร็จ หรือเราจะกลับไปกรวดน้ำที่บ้านก็ได้ แต่อย่างหลังนี้หลายคนอาจจะกลับบ้านไปแล้วลืมไปเลย ทำให้คนที่เราตั้งใจทำบุญให้เขาไม่ได้รับส่วนบุญที่เราทำ

ส่วนในระหว่างที่เรากรวดน้ำนั้น ให้เราระลึกถึงคนที่เราอยากทำบุญให้ หรือคนที่มีเวรกรรมต่อกัน ขออโหสิกรรมต่าง ๆ เพื่ออุทิศผลบุญที่ได้ทำให้แก่บุคคลเหล่านั้น ซึ่งกรวดน้ำได้ทั้งเปียกและแห้ง หมายถึงว่า กรวดน้ำแบบเปียก โดยใช้น้ำเป็นสื่อ ค่อย ๆ เทน้ำลงที่รองรับไปพร้อมกับอุทิศผลบุญกุศลไปด้วย และวิธี กรวดน้ำแบบแห้ง คือ ไม่ใช้น้ำ แค่ใช้การประนมมือ อธิษฐานนึกถึงคนที่เราอยากให้ผลบุญนี้ก็เพียงพอ

“กรวดน้ำ” เพื่ออุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรหรือญาติที่ล่วงลับไปแล้ว คงไม่ผิดแปลกอะไรเพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้และทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ยังมีความเชื่อเรื่องการ “กรวดน้ำ” ที่หลายคนก็ยังไม่รู้ และเกิดความสงสัยว่าแบบนี้ก็สามารถทำได้ด้วยหรอ

กรวดน้ำให้ตัวเองกับความเชื่อว่า “ทำบุญต้องได้บุญ”
ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรที่ทำบุญแล้วต้องได้บุญ เพราะไม่ว่าใครจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้รับสิ่งนั้น การกรวดน้ำให้ตัวเองและเทวดาประจำตัว เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกของการกรวดน้ำ เชื่อว่าหลายคนมักหลงลืมสิ่งนี้ ไม่ค่อยมีใครกรวดน้ำให้กับตัวเอง เพียงเพราะเข้าใจว่าตนเป็นคนทำบุญตนต้องได้รับบุญอยู่แล้ว

แต่ในความเป็นจริงแล้วการกรวดน้ำให้ตนเองและเทวดาประจำตัวนั้น เป็นการเปิดทางให้พลังบุญที่เราทำไปนั้น ช่วยแก้ไขปัญหาชีวิต ทำบ่อย ๆ แล้วชีวิตดีขึ้น โบราณเราเชื่อว่าทุกคนจะมีเทวดาประจำตัว ที่คอยช่วยปกปักรักษาคุ้มครองเราให้แคล้วคลาดปลอดภัย หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องที่ว่า หากเราไม่เคยทำบุญกรวดน้ำให้เทวดาประจำตัวเราเลย พลังบารมีของเทวดาประจำตัวเราจะลดลง

คนที่ทำอะไรติดขัดในชีวิต ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็แล้วไม่ประสบความสำเร็จเสียที มีแต่อุปสรรค ขอแนะนำให้ลองกรวดน้ำการอุทิศบุญให้เทวดาประจำตัว กรวดน้ำให้ตัวเอง เพื่อเสริมบารมี การเงิน การงาน ไม่ติดขัด

ไม่ชอบใครให้กรวดน้ำ “เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี”

เคยได้ยินคำนี้หรือไม่ เจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบของแฟนเก่า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด คนข้างบ้านที่ไม่เคยญาติดี หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จักกันเลยแต่พอเจอหน้ากันครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตา ตั้งตัวกันเป็นศัตรูเสียอย่างนั้น หากจะพูดอ้างอิงจากหลักความเชื่อแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเราไปทำกรรมกับเขาเหล่านี้หรือไม่ หรือเขาทำกรรมอะไรไว้กับเราก็ได้เช่นกัน

การกรวดน้ำก็สามารถเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้ เรื่องนี้อาจต้องใช้วิจารณญาณสักหน่อย แต่หากได้ทำแล้ว อาจได้ทั้งความสบายใจและบุญเพิ่มอีก มีความเชื่อว่าหากเรามีปัญหากับใครมาก ๆ หรือคนเล่านั้นเป็นคนที่นำปัญหามาให้เราไม่รู้จักจบสิ้นให้เราทำบุญและ “กรวดน้ำ” พร้อมเอ่ยชื่อนามสกุลของเขาคนนั้น ให้เขาได้รับบุญที่เราทำให้ พร้อมอธิษฐานให้เขาเมตตาเรา คิดดี และเป็นมิตรที่ดีต่อเรา อาจไม่ได้ผลในทันทีแต่หากได้ทำบ่อย ๆ บุคคลที่นำความเดือดร้อนมาให้เรา อาจหายไปจากชีวิต หรือกลายเป็นมิตรที่ดีของเราเลยก็ได้

กรวดน้ำคว่ำขัน อย่ามาเจอกันเลยในชาตินี้
คำว่า “คว่ำขัน” ถือเป็นกิริยาทำให้จบให้สิ้นให้ความสัมพันธ์ขาดกันไปเหมือนสายน้ำ (อาศัยอาการเทให้หมด ให้มันหมดสิ้นกันไป) แบบอย่ามาเจอกันเลยในชาตินี้ ซึ่งการกรวดน้ำคว่ำหลายคนอาจทำให้แฟนเก่าประเภทที่ว่า “ฉันขอตัดขาด กรวดน้ำคว่ำขันกับเขาไปแล้ว ขออย่าได้เจอกันอีกเลย” ในทางปฏิบัติการกรวดน้ำปกติ เราจะทำโดยการค่อย ๆ เทน้ำพร้อมท่องบทสวดไปด้วย

“คว่ำขัน” คือการกรวดน้ำจนน้ำหมด การเอาปากขันทิ่มลงดิน เป็นเพียงกิริยาที่ทำโดยการประชด เหมือนการตัดขาด ขนาดน้ำก็จะไม่ให้เหลือสักหยดติดขัน หรือตัดบัวไม่ให้เหลือใย ซึ่งจริง ๆ แล้ว กรวดน้ำคว่ำขัน ขันจะอยู่ในลักษณะแค่ตะแคงโดยเอาก้นขันตั้งฉากกับพื้นเท่านั้น หรือเทน้ำให้หมดเพียงเท่านั้นก็พอแล้ว

สำหรับวิธีการกรวดน้ำนั้น ให้เราค่อย ๆ เทรินน้ำลงในภาชนะ และห้ามเอานิ้วไปรองน้ำเด็ดขาด เพราะเป็นการให้ไม่สุด หลังจากกรวดน้ำเสร็จ ให้นำน้ำในภาชนะนั้นไปรดลงในโคนต้นไม้ที่มีรากฝังในผืนดิน อย่าไปรดในต้นไม้ในกระถาง น้ำนั้นจะถูกพระแม่ธรณีเก็บเอาไว้ และท่านจะเป็นทิพยพยานในการสร้างบุญของเรา

นี่เป็นเพียงความเชื่อมาแต่โบราณ ผลของการกระทำคือกรรมที่ทุกคนต้องได้รับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตาม ให้คิดดี ทำดี และมีสติทุกการกระทำ เชื่อว่าผลของการทำดี จะนำพาเรื่องดี ๆ มาให้เราแน่นอน


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *